โรนัลโด้ ยื่นอุทธรณ์หลังผลักกรรมการ ศาลไม่สนใจ ตัดสินแบน 4 นัด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขอยื่นอุทธรณ์โทษแบน 4 นัด โดยให้เหตุผลว่าตน “ไม่เข้าใจ” โทษดังกล่าวที่ได้รับจากจังหวะที่แข้งดาวยิงผลักกรรมการในการแข่งขัน สเปนิช ซูเปอร์ คัพ แต่ท้ายที่สุดศาลได้ตีกลับคำร้องของแข้งตำนานกลับ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์ที่ต้องโทษใบเหลืองที่ 2 จนทำให้ถูกพักการแข่งขัน 1 นัด จากการแข่งขันนัดล่าสุดที่ เรอัล มาดริด คว้าชัยจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์ 3-1 ประตูศึก สเปนิช ซูเปอร์คัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรก ล่าสุดเจ้าตัวได้ถูกแจ้งโทษแบนเพิ่มอีก 4 นัดจากการเข้าพลักกรรมการผู้ตัดสินอย่าง Ricardo de Burgos Bengoetxea ที่แจ้งโทษใบแดงให้กับเขา

หลังจากที่ถูกองค์กรฟุตบอลสเปนแจ้งโทษไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรอัล มาดริด ก็นำเคสของ โรนัลโด้ เข้ายื่นกับศาลกีฬาประเทศสเปน แต่คำร้องของพวกเขาก็ถูกตีกลับในวันอังคารที่ผ่านมา

“อีกหนึ่งการตัดสินใจที่ผมไม่มีวันเข้าใจ นี่คือความอยุติธรรม แต่พวกเขาไม่มีวันหยุดผมได้หรอก” โรนัลโด้ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความดังกล่าวลงในอินสตาแกรมของเขาที่มีผู้ติดตามมากถึง 108 ล้านคน หลังจากที่ได้รู้ว่าคำอุทธรณ์ของเขาถูกตีกลับมา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโรนัลโด้ ได้ถูกทางองค์กรฟุตบอลประเทศสเปนกล่าวหาว่าแสดงกิริยา “ก่อกวน” ในเกมส์การแข่งขันจนทำให้ถูกโทษใบเหลืองจากจังหวะที่เขากำลังทำท่าฉลองประตูที่ตนเองยิงได้หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงฟาดแข้งในสนาม

“สถานการณ์แบบนี้มันเป็นอะไรที่ยากจะทำใจจริงๆ มันคือการถูกแบนยาวนานถึง 5 แมทช์เลยนะ!” โรนัลโด้ ให้สัมภาษณ์หลังจากที่คำอุทธรณ์ของเขาถูกยกเลิกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

“คำพูดที่ว่าผมก่อกวนการแข่งขันเป็นอะไรที่เกินความจริงไปสักหน่อย ผมรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก”

โรนัลโด้ ถูกแบนมาแล้ว 2 นัด ได้แก่ แมทช์ที่ เรอัล มาดริด คว้าชัยจาก บาร์เซโลน่า โดยมีประตูรวมมากถึง 5-1 ประตู ในศึก ซูเปอร์คัพ นัดที่ 2 และแมทช์เปิดรายการ ลา ลีกา ที่ เรอัล มาดริด คว้าชัยจาก เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า

ราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด ยังคงต้องฟาดแข้งโดยไม่มีนักเตะผู้สร้างสถิติยิงประตูสูงสุดในรายการ ลา ลีกา ตลอดกาล ในแมทช์ที่พวกเขาต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บาเลนเซีย และเลบานเต้ รวมไปถึงแมทช์ที่เขาต้องไปเยือน เรอัล โซเซียดาด อีกด้วย




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to Top ↑